อิวาเตะความงามแห่งฤดูกาล

Last updated: 15 Sep 2017  |  11873 Views  | 

อิวาเตะความงามแห่งฤดูกาล



อิวาเตะความงามแห่งฤดูกาล

ฤดูใบไม้ร่วงปีนี้เราจัดกรุ๊ปกันไปที่อิวาเตะอีกครั้งหลังจากที่เมื่อเดือนมิถุนายนเพิ่งจะไปกันมารอบนึง


คราวนี้ เส้นทางที่เราจัดก็เป็นเส้นทางสำหรับคนที่ต้องการชมใบไม้เปลี่ยนสีห้ามพลาดกันเลยทีเดียว

กับโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น อิวาเตะ อาโอโมริ ฮานามากิ 7 วัน 17 – 23 ตุลาคม  โดยโปรแกรมของเราเริ่มจากสนามบินสุวรรณภูมิ บินตรงสู่สนามบินฮาเนดะ แล้วเปลี่ยนเครื่องเป็นเที่ยวบินภายในประเทศบินต่อสู่ อาโอโมริ จังหวัดทางตอนเหนือสุดของเกาะฮอนชู เลยไปจากนี่ก็ข้ามทะเลสู่ฮอกไกโดกันแล้ว




 มาทัวร์อิวาเตะ อาโอโมริ ของเราในครั้งนี้ไม่ผิดหวังจริงๆ เพราะแค่นั่งรถออกจากสนามบินเพียงชั่วเคี้ยวหมากแหลกเราก็ได้พบกับความงามของใบไม้เปลี่ยนสีกันตลอด 2 ข้างทาง



เพลิดเพลินกับความงามของใบไม้แป๊บเดียวรถก็พาเรามาถึงลำธาร โออิราเสะ (OIRASE) ที่ลำธารโออิราเสะ ต้องถือว่า เป็นลำธารเรียกแขกเลยก็ว่าได้ เนื่องจากความสวยสดงดงามของทิวไม้สูงใหญ่ตลอดสองข้างทางนับสิบกิโลเมตร ทำให้เส้นทางนี้ดูร่มรื่นเย็นสบายเป็นที่สุด รวมถึงโขดหินริมลำธารที่วันนี้ปกคลุมไปด้วยมอสตะไคร่น้ำเขียวคลึ้ม  ตัดกับสีเหลืองทอง สีแดง ของใบไม้ที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นดูงดงามอลังการจนเป็นแรงดึงดูดให้ผู้คนทั้งประเทศญี่ปุ่นแห่แหนกันมาที่นี่จนมืดฟ้ามัวดิน ขอบอกว่าคนญี่ปุ่นเองก็ชอบที่จะมาดูใบไม้เปลี่ยนสีเหมือนกับคนไทยหรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำสังเกตุได้จากบรรดารีสอร์ทหรือ เรียวกัง ( RYOKAN )บริเวณนี้ที่มีมากมายนับไม่ถ้วน สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีของภูมิภาค TOHOKU คนไทยส่วนใหญ่อาจจะนึกถึงเซนได(SENDAI) เพราะได้ชื่อว่าเมืองแห่งต้นไม้ อีกทั้งทางเมืองเซนไดมีการประชาสัมพันธ์อยู่เสมอ แต่อันที่จริงแล้วในภูมิภาค TOHOKU ยังมีอาโอโมริและอิวาเตะที่ขึ้นชื่อในเรื่องการชมใบไม้เปลี่ยนสีเช่นกัน โดยเฉพาะบริเวณโออิราเสะแห่งนี้ ไม่เชื่อลองชมภาพที่ผมเก็บมาฝากดูได้ครับ



จากลำธารโออิราเสะ คณะของเราก็เดินทางต่อไปยัง ทะเลสาบโทวาดะ  (TOWADA LAKE ) ซึ่งว่ากันว่ามีความลึกติดอันดับ 1 ใน 3 ของญี่ปุ่นด้วยความลึก 327 เมตร คณะของเราลงเรือท่องเที่ยวลำใหญ่ ออกล่องชมความงามของทะเลสาบที่วันนี้ต้อนรับคณะของเราด้วยสีแดงของใบไม้ตลอดแนวเขาและเกาะแก่งต่างๆที่เรือผ่าน ขอบอกว่าความงามแบบนี้หาดูได้ไม่ง่ายนัก ไม่อย่างนั้นคนญี่ปุ่นคงไม่มากันอย่างเนืองแน่นเป็นแน่



จากทะเลสาบ TOWADA เราก็เดินทางข้ามเขา  ฮาจิมันไต (HACHIMANTAI) ซึ่งเป็นภูเขาทางตอนเหนือของจังหวัดอคิตะและอิวาเตะที่ราบสูงฮาจิมันไต อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 1,600 เมตร ทำให้อากาศเย็นตลอดทั้งปีโดยเฉพาะในฤดูหนาวที่นี่จะเนืองแน่นไปด้วยนักสกีจากทั่วโลกที่จะมาสัมผัสประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตกับลานสกีที่มีชื่อเสียงติดอันดับTOP TEN ของลานสกีญี่ปุ่น และในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม บนฮาจิมันไต ยังมีกำแพงหิมะที่มีความสูง เกือบ3 เมตรและยาวนับเกือบ 10 กิโลเมตรให้ได้ชมความงามอีกด้วย



แต่บนฮาจิมันไตยามนี้( ต.ค. – พ.ย.) ความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสียังคงตรึงคณะทัวร์ของเราให้สาละวนอยู่กับการกดชัตเตอร์และหามุมงามๆเรียกว่าชั่วโมงนี้ไกด์จะพูดอะไรก็ไม่สนใจแล้วของถ่ายรูปก่อนดีกว่า



ผมไปดูใบไม้เปลี่ยนสีมาหลายที่ส่วนใหญ่จะเป็นต้นไม้ใหญ่ อาทิ แปะก๊วย ต้นเมเปิ้ล หรืออื่นๆ แต่ที่ฮาจิมันไต จะเป็นไม้พุ่มต้นเล็กๆ หลายสายพันธุ์ทำให้พอถึงช่วงที่จะผลัดใบสีของมันก็จะเป็นสีเหลือง สีแดง สีเขียวสลับกันไปเป็นพุ่มๆ ดูงดงามแปลกตา



มาอิวาเตะครั้งนี้ เราแวะไป HIRAIZUMI เพื่อเที่ยวชม วัดชูซอนจิ (SHUSON –JI) ซึ่งเมื่อ 300 ปีที่แล้วเป็นวัดสำคัญของตระกูลฟูจิวาระ บรรยากาศโดยรอบส่วนใหญ่เต็มไปด้วยต้นสนต้นใหญ่มากมายพร้อมทั้งสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ตั้งแต่ ค.ศ 12 แต่โชคร้ายที่งานประติมากรรมของวัดนี้ได้ถูกทำลายด้วยสงครามการเมืองในอดีต ภายในบริเวณวัดเคยมีอาคารถึง 40 กว่า อาคาร ถือเป็นมรดกแห่งชาติก็ได้ถูกทำลายจนเกือบหมด บนความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีที่คงเหลือ Golden hall วิหารทองที่มาร์โคโปโลเกิดความประทับใจในศาลาทองนี้มากจนตั้งชื่อเกาะนี้ว่า Island of Gold สร้างโดยฟูจิวาระ คิโยฮิรา เป็นสัญลักษณ์ทีมีชื่อเสียงของวัดนี้ ภายในประดิษฐาน รูปหล่อพระพุทธเจ้าอยู่ในศาลาทองคำที่งดงามยิ่งนัก และได้มีการสร้างอุโบสถขึ้น ครอบไว้อีกชั้นหนึ่ง



ทริปทัวร์ญี่ปุ่น อิวาเตะ อาโอโมริ ครั้งนี้พิเศษตรงที่ว่าคณะของเราได้นอน ออนเซนกันทุกคืนสนุกที่สุดก็เห็นจะเป็นโรงแรม HANAMAKI ONSEN ที่นี่ถือเป็น ออนเซนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในฮานามากิ มีบ่อออนเซนมากถึง 24 บ่อ  วิ่งขึ้นลงบ่อโน้น ออกบ่อนี้สนุกสนานมว๊ากกก

  ผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนนิยามว่า การไปญี่ปุ่นถ้าไม่ได้เห็นภูเขาไฟฟูจิถือว่ามาไม่ถึงญี่ปุ่น ผมทำทัวร์ญี่ปุ่นเป็นหลัก ผมมาญี่ปุ่นมากกว่า 100 ครั้งผ่านไปภูเขาไฟฟูจิเกือบร้อยครั้ง แต่ผมก็ไม่ได้เห็นภูเขาไฟฟูจิทุกครั้งที่ผ่านไป ยังไม่นับรวมถึงไกด์ของบริษัทที่วิ่งทัวร์มากว่า 20 ปี เค้าก็ไม่ได้เห็นภูเขาไฟฟูจิทุกครั้งเช่นกันดังนั้นท่านที่เพิ่งเคยไปญี่ปุ่นครั้งแรกแล้วไม่เห็นฟูจิอย่าเสียใจไปเลยครับ

แต่สำหรับผมแล้ว ผมกลับคิดว่าใครที่มาญี่ปุ่นแล้วไม่ได้แก้ผ้าลงแช่ออนเซนนี่สิ เรียกว่า ไม่ถึงญี่ปุ่นของจริง เพราะการแช่ออนเซน ไม่ต้องกลัวว่าฟ้าจะปิดเมฆจะบัง เพราะบ่อออนเซนเปิดรอท่านแน่นอน ท่านเพียงกล้าที่จะเปิดใจ(มิใช่ถอดใจ) นั่นแหล่ะจึงจะบอกผู้คนทั้งโลกได้ว่า ญี่ปุ่น...ฉันไปมาแล้ว อาบออนเซนด้วยน๊ะ จะบอกให้.....



นอกจากเรื่องความสวยงามของธรรมชาติแล้ว อาหารการกินที่นี่ก็ถือว่า SUGOI มากๆ โดยเฉพาะแอปเปิ้ลของอาโอโมริ ถือเป็นราชาแห่งแอปเปิ้ลญี่ปุ่นเลยทีเดียว ที่สำคัญว่ากันว่าเป็นแอปเปิ้ลปลอดสารพิษ โดยเฉพาะ สายพันธ์ SEKAICHI เซไคอิจิ (แปลว่าที่หนึ่งในโลก หรือหมายถึงแอปเปิ้ลสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก) พันธุ์ฟูจิ และ คินเซย ด้วยกรรมวิธีการปลูกที่พิถีพิถัน เริ่มตั้งแต่การห่อแอปเปิ้ลตั้งแต่เป็นผลเล็กๆและจะแกะห่อออกเมื่อผลแอปเปิ้ลแข็งแรงเพื่อให้ผลแอปเปิลได้มีการสังเคราะห์แสงตามธรรมชาติ เติบโตไปตามวิถีแห่งเซน ทำให้แอปเปิ้ลมีเนื้อสีทองหอมหวานตามธรรมชาติอย่างแท้จริง ที่นี่จะมีผลิตภัณฑ์ OTOP ที่ทำจากแอปเปิ้ลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำแอปเปิ้ล แยม พาย ขนมเค๊ก ช้อกโกแลตแอปเปิ้ล ฯลฯ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับหน่วยงานที่ต้องการมาศึกษาดูงานด้าน OTOP ที่ญี่ปุ่น ขอบอกว่าถ้าอยากหาของฝากแล้วละก็ พายแอปเปิ้ล ของอาโอโมริ คือสุดยอดของฝากของเมืองนี้ทีเดียวล่ะ



นอกจากนี้ วังโกะโซบะ เป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่เมื่อมาถึง อิวาเตะ ห้ามพลาดเด็ดขาด วังโกะโซบะ เป็นโซบะที่ใส่มาในถ้วยขนาดพอคำ แต่ที่พิเศษคือ กินได้ไม่อั้น เรียกว่ามีแรงกินเท่าไหร่กินไปโดยจะมีเจ้าหน้าที่สาวสวยยืนถือถาดที่ใส่ชามโซบะนับสิบชามยืนอยู่ข้างๆเราตลอดเวลา ทันทีที่โซบะในชามเราหมด สาวสวยที่ยืนอยู่ก็จะเทโซบะชามใหม่ลงไปในชามเราทันทีชนิดชามต่อชาม คนญี่ปุ่นผู้ชายกินได้ครั้งนึง 100 ชามขึ้นไป ผู้หญิงก็ประมาณ 50 - 60 ชาม แต่คณะของเราน้องพีช จากสุราษฎร์ธานีกินได้มากกว่าใครนับได้ 71 ชาม 



ประเพณีการกินวังโกะโซบะนั้นเรื่องเดิมมีอยู่ว่า นานมาแล้วมีงานเทศเทศกาลที่จัดขึ้นงานหนึ่งใน โมริโอกะ มีแขกมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก แต่โซบะที่เตรียมมานั้นมีจำนวนน้อย เพื่อให้แขกที่มาในงานได้กินโซบะกันครบทุกคน ก็เลยเกิดไอเดียจัดใส่ชามถ้วยเล็กๆขนาดพอคำทำให้สามารถแจกจ่ายแบ่งปันกันไปเพื่อให้ได้ชิมกันครบทุกคน...

วังโกะโซบะถ้าให้พูดถึงรสชาด คงต้องบอกว่า สู้ชายสี่หมี่เกี้ยวบ้านเราไม่ได้แน่ๆ

หรือถ้ามองในมุมของนักบัญชีผมก็คิดว่าไม่มีทางคุ้ม เทียบสัดส่วนจากที่คนไทยกินตกคำละ 80บาท 

ในทางกลับกัน หากเราหันมามองในเรื่องของประสบการณ์ท่องเที่ยว ผมว่ามันมีเสน่ห์และสีสันมากน๊ะครับเพราะการไปท่องเที่ยวคือการเปิดมุมมองใหม่ๆอีกทั้งเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมต่างถิ่น คนญี่ปุ่นเค้ากินโซบะ/กินราเมง จนเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว แต่มากินโซบะที่นี่เค้ายังสนุกสนานกันอย่างมาก แล้วพอมาดูนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างเรา นานๆไปที เห็นเค้าเสริฟกันตลอดเวลา ยืนค้ำหัวกดันชนิดห้ามลุกถ้ายังไม่อิ่ม อารมณ์สนุกมันก็เกิด ใครจะกินได้มากกว่ากัน มันสนุกตรงนี้ เราไม่ได้มองว่าใครกินคุ้มกว่ากันน๊ะครับ อันนั้นเป็นเรื่องรอง

หรืออย่างน้อยที่สุดการที่เรามากินวังโกะโซบะ เราได้เรียนรู้ว่า แท้ที่จริงแล้วจุดเริ่มของวังโกะโซบะมันมาจากความปรารถนาที่จะแบ่งปัน มันสำคัญตรงนี้  ซึ่งผมเชื่อว่าเราทุกคนบนโลกใบนี้ต้องการให้ทุกคนรักกัน รู้จักเผื่อแผ่แบ่งปัน...หรือมิใช่ ?





พงศ์พันธ์ ลิ้มพงศ์พันธ์ เรื่อง

รสริน ลิ้มพงศ์พันธ์ และ สิริมา พึ่งสุจริตธรรม  ภาพ

This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy  and  Cookies Policy