5 แลนด์มาร์คห้ามพลาดในตุรกี

Last updated: Nov 28, 2019  |  548 Views  |  เล่าเท่าที่รู้

5 แลนด์มาร์คห้ามพลาดในตุรกี

5 แลนด์มาร์คห้ามพลาดในตุรกี

   ทัวร์ตุรกีควรไปกี่วันดี ?  ขอแนะนำกับทัวร์ตุรกี 10 วัน 7 คืน  ทัวร์ตุรกี 9 วัน 6 คืน หรือทัวร์ตุรกี 8 วัน 5 คืน จะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด  เนื่องจากประเทศตุรกีมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลายแห่ง เที่ยวแค่ 2-3 วัน ไม่ครบอย่างแน่นอน ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับประเทศตุรกีกันเถอะ

   ประเทศตุรกี มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐตุรกี เป็นสาธารณรัฐระบบรัฐสภาในยูเรเซีย พื้นที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเอเชียตะวันตก โดยมีพื้นที่ส่วนน้อยในอีสเทรซในยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ มีพรมแดนติดต่อกับ 8 ประเทศ มีความสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างยิ่ง

   ประเทศตุรกีมีผู้อยู่อาศัยมาตั้งแต่ยุคหินเก่า มีอารยธรรมอานาโตเลียโบราณต่าง ๆ เอโอเลีย โดเรียและกรีกไอโอเนีย เทรซ อาร์มีเนียและเปอร์เซีย หลังการพิชิตของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ดินแดนนี้ถูกทำให้เป็นกรีก เป็นกระบวนการซึ่งสืบต่อมาภายใต้จักรวรรดิโรมันและการเปลี่ยนผ่านสู่จักรวรรดิไบแซนไทน์ เติร์กเซลจุคเริ่มย้ายถิ่นเข้ามาในพื้นที่ในคริสต์ศตวรรษที่ 11 เริ่มต้นกระบวนการทำให้เป็นเติร์ก ซึ่งเร่งขึ้นมาหลังเซลจุคชนะไบแซนไทน์ที่ยุทธการที่มันซิเคิร์ต ค.ศ. 1071 รัฐสุลต่านรูมเซลจุคปกครองอานาโตเลียจนมองโกลบุกครองใน ค.ศ. 1243 ซึ่งสลายเป็นเบย์ลิก เติร์กเล็ก ๆ หลายแห่ง

ทำความรู้จักกับประเทศตุรกีกันไปแล้ว เรามาทำความรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวกับ 5 แลนด์มาร์คที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเยือนประเทศตุรกีกันเถอะ  


1.วิหารเซนต์โซเฟีย สถานที่แห่งนี้ เป็นงานสถาปัตยกรรมแบบ ไบแซนไทน์ คือมีลักษณะผสมผสาน ระหว่างศิลปวัฒนธรรมกรีก และโรมัน กับศิลปวัฒนธรรมเปอร์เซีย จุดเด่น คือ มียอดโดมใหญ่อยู่กลางวิหาร ภายในวิหารใช้กระจกสีประดับ เหนือประตูหน้าต่างอย่างงดงาม
 

 
2.บูลมอสก์ หรือ สุเหร่าสีน้ำเงิน ภายในประดับด้วยกระเบื้องสีฟ้าจากอิซนิค ลวดลายเป็นดอกไม้ต่างๆ เช่น กุหลาบ ทิวลิป คาร์เนชั่น เป็นต้น ตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา การเข้าชมสุเหร่าทุกแห่งจะต้องถอดรองเท้า ถอดหมวก ถอดแว่นตาดำ เป็นการเคารพสถานที่ ถ่ายรูปได้ ห้ามส่งเสียงดัง และกรุณาทำกิริยาให้สำรวม สุเหร่าสีน้ำเงินเปิดทุกวัน อนุญาตให้คนเข้าไปทำละหมาดได้ตลอด 24 ชั่วโมง บางช่วงของฤดูท่องเที่ยวจะมีการจัดแสดงแสงสีเสียงให้ชมฟรี

 

3.พระราชวังโทพคาปี ในปัจจุบันคือ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่า เช่น เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน และ เครื่องทรงของสุลต่านในแต่ละ ยุคสมัย และเป็นจุดชมวิว สามารถมองเห็นวิวภายในอิสตันบูลได้ชัดเจน




4. เมืองคัปปาโดเกีย เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของประเทศตุรกี เพราะเมืองนี้นี่เองที่เป็นจุดปล่อยบอลลูนลอยละล่องเต็มท้องฟ้า เรียกว่าเป็นเมืองแรกๆ ของโลกที่มีจุดขายเป็นการนั่งบอลลูนเพื่อชื่นชมทัศนียภาพจากมุมสูง และ นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นบอลลูนได้ตลอดปีแต่ไม่ทุกวันขึ้นอยู่กับสภาพดิน ฟ้า อากาศ เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเอง

 

5. ปามุคคาเล  คำว่า “ปามุคคาเล” เป็นภาษาตุรกี แปลว่า ปราสาทปุยฝ้าย เกิดจากการตกตะกอนของหินปูน เมื่อทำปฏิกิริยากับอากาศนานเข้าก็กลายเป็นแอ่งหินปูนสีขาว พร้อมกับธารน้ำใต้ดินสีฟ้าที่จะไหลเอ่อขึ้นมามากเป็นพิเศษในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ส่วนฤดูร้อนเป็นช่วงน้ำแล้ง ฉะนั้นถ้าไปช่วงนั้น อาจจะเจอน้ำน้อย เห็นแค่แอ่งหินปูนสีขาว แต่ก็ยังดูสวยแปลกตาอยู่ดี ใกล้กันยังมี นครโบราณเฮียราโปลิส ซึ่งเป็นซากเมืองโบราณสมัยกรีกตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันอีกด้วย

 
 
อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม  กดที่ "ปุ่มสีเขียว" เลยจ้าา