นกแอร์เปิดเส้นทางใหม่ บินตรงสู่ฮิโรชิม่า

Last updated: Jan 23, 2020  |  1869 Views  |  เล่าเท่าที่รู้

นกแอร์เปิดเส้นทางใหม่ บินตรงสู่ฮิโรชิม่า

นกแอร์เปิดเส้นทางใหม่ บินตรงสู่ฮิโรชิม่า

ทางเราได้รับเกีรยติจากสายการบินนกแอร์ที่เพิ่งเปิดเส้นทางการบินใหม่ บินตรงจากกรุงเทพ(ดอนเมือง) สู่ ฮิโรขิม่า ซึ่งจังหวัดฮิโรชิมาจัดเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่น่าสนใจมากๆของญี่ปุ่น มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย โดยครั้งนี้เราจะเดินทางกันตั้งแต่วันที่ 17 -22 ธันวาคม เรามาดูกันเลยว่านกแอร์จะพาเราไปเที่ยวไหนกันบ้างง

วันแรก

เรามีนัดกับนกแอร์ที่สนามบินดอนเมืองตอน 23.30 น. เพื่อเตรียมตัวในการเดินทางในเที่ยวบินแรกของนกแอร์ที่บินตรงสู่ฮิโรชิม่าในเวลา 02.30 น.

เตรียมตัวบินจ้าา พร้อมมากเวอร์ 5555 

วันที่สอง

เดินทางถึงสนามบินฮิโรชิม่า หลังจากนั้นก็เดินทางสู่เมืองฮิโรชิม่า และ พักรับประทานอาหารกลางวัน

สนามบินฮิโรชิม่า

มีเจ้าหน้าที่ชาวญี่ปุ่นมาคอยต้อนรับด้วย น่ารักมากๆเลยค่ะ

เรียกได้ว่ามาเต็มเลยทีเดียวกับอาหารมื้อแรกที่ฮิโรชิมา อันนี้เป็นเซ็ทข้าวหน้าปลาไหล พร้อมเครื่องเคียงต่างๆมากมาย ทั้งเทมปุระ ปลาดิบ ซุปมิโสะ หลังจากท้องอิ่มแล้ว เราก็เดินทางสู่เกาะมิยาจิม่า โดยเรือเฟอร์รี่ เกาะมิยาจิม่า ถือเป็นเกาะที่เป็นที่อยู่ของเทพเจ้า และได้รับการยกย่องว่าเป็นสถานที่ที่มีวิวสวยงามมากที่สุด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น

เรือเฟอร์รี่

เกาะมิยาจิม่า

ที่เกาะแห่งนี้จะมีเสาโทริอิสีแดงขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในทะเล เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และนอกจากนี้เสาโทริอิแห่งนี้ยังถือเป็นโทริอิไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น เราสามารถมองเห็นโทริอินี้ได้ตั้งแต่ไกลๆเลยย และอีกหนึ่งสถานที่สำคัญของการมาเที่ยวที่เกาะมิยาจิม่าก็คือ ศาลเจ้าลอยน้ำ หรือ ศาลเจ้าอิทสึคุชิม่า ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม สำหรับการเข้าชมศาลเจ้านี้ต้องจ่ายเงินค่าผ่านประตู 300 เยน โดยศาลเจ้าอิทสึคุชิม่า เป็นศาลเจ้าในลัทธิชินโต และในสมัยก่อนเชื่อกันว่าเกาะนี้ เป็นเกาะของเทพเจ้า ห้ามผู้หญิงขึ้นเกาะ และก้ามไม่ให้มีคนเกิด หรือ คนตาย ในเกาะนี้เลย แต่ในปัจจุบัน ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ยอดนิยมอันดับต้นๆของจังหวัดฮิโรชิมาไปแล้ว

บริเวณหน้าศาลเจ้า


บริเวณศาลเจ้า

และอีกหน่งสัญลักษณ์ของเกาะมิยาจิม่าคือ เจ้ากวางน้อยทั้งหลายนี้เองงง น้องน่ารักมากแต่ต้องระวังนิดนึง เพราะว่าน้องชอบฉกของที่อยู่ในมือ


น้องกวางน้อยยย

หลังจากนั้นก็เดินทางไปที่เมือง อิวาคุนิ และเดินทางเข้าที่พักและรับประทานอาหารชุดไคเซกิจากโรงแรม

วันที่สาม

วันนี้เรามีแพลนเดินทางไปสะพานคินไตเคียว สกีรีสอร์ท สวนโคราคุเอน หลังจากที่ตื่นนอนแล้วเราก็ไปรับประทานอาหารของโรงแรมกัน  หลังจากรับประทานอาหารจนอิ่มท้องแล้วเราก็มาลุยกันเลยที่แรกคือ สะพานคินไตเคียว สะพานนี้ถือเป็นสะพานโบราณแบบญี่ปุ่นที่สวยติดอันดับ 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น เป็นสะพานไม้ 5 โค้ง ซึ่งการข้ามสะพาน จำเป็นต้องชำระเงินค่าเข้าสะพาน 300 เยน ไป-กลับ โดยเราสามารถเดินข้ามสะพานได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ในกรณีที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ตรงเคาน์เตอร์ชำระเงินก็ให้ใส่เงินลงกล่องแทน นอกจากนี้ทุกคนรู้มั้ยคะว่า สะพานไม้แห่งนี้ถูกสร้างโดยที่ไม่ใช้ตะปูเลยแม้แต่ตัวเดียว ทำให้สะพานนี้ได้รับความเสียหายจากพายุอยู่บ่อยครั้ง อย่างเช่นในวันนี้ที่เรามา สะพานกำลังซ่อมแซมอยู่พอดีเลยยย

บรรยากาศจากข้างล่างของสะพาน

ถ่ายรูปตรงทางขึ้นสะพานสักหน่อยยยย ถ่ายเสร็จแล้วก็ลองเดินขึ้นสะพานกันดีกว่า มาดูกันว่าทิวทัศน์ที่ได้เห็นจากบนสะพานจะสวยขนาดไหนนน

วิวจากบนสะพานสวยงามมากก วิวดีมากจ้า แนะนำถ้าใครมาฮิโรชิมา ห้ามพลาดเลยยนะคะ
หลังจากนั้นทางนกแอร์พาเราเดินทางสู่ เมะกาฮิระ สกี รีสอร์ท ให้เราได้สนุกสนานกับกิจกรรมหิมะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น snow rafting (การนั่งบนเรือยางใหญ่ๆแล้วดันให้มันไหลไปตามเนินคดเคี้ยว) หรือ snow sled (กระดานเลื่อนหิมะ)

หลังจากสนุกสนานกับกิจกรรมหิมะต่างๆที่สกี รีสอร์ทแห่งนี้แล้วเราก็เดินทางกันต่อเลยจ้า นกแอร์พาเราลุยกันต่อที่ สวนโคราคุเอน จ้า อย่างที่ทุกคนรู้กันว่า สวนโคราคุเอนนับว่าเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดโอคายาม่าเลยนะคะ เพราะว่าสวนโคราคุเอนนั้นเป็นสวยที่ได้รับการยกย่องว่างดงามติดอันดับ 1 ใน 3ของญี่ปุ่นเลยทีเดียว โดยสวนแห่งนี้มีพื้นที่กว้างมากๆและถูกตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมแท้ๆ นอกจากนี้ภายในสวนยังประกอบความเป็นญี่ปุ่นแบบแน่นๆเลยจ้า ไม่ว่าจะเป็น สระน้ำขนาดใหญ่, ธารน้ำไหล, ทางเดินและเนินเขาสำหรับเป็นจุดชมสวน แต่ก็ยังมีหลายส่วนที่พิเศษกว่าที่อื่นๆอย่างเช่น พื้นที่สนามหญ้ากว้างๆ ต้นซากุระ ต้นเมเปิ้ล ต้นชา นาข้าว รวมไปถึงสนามยิงธนู แน่นอนว่าช่วงฤดูใบไม้ผลิกับใบไม้แดงต้องสวยตะลึงแน่นอนน และละคนก็ต้องแน่นมากๆๆเช่นกัน และสวนแห่งนี้ยังอยู่ใกล้ๆกับปราสาทโอคายาม่า นอกจากจะเห็นวิวธรรมชาติที่สวยๆในสวนโคราคุเอนแล้ว ยังสามารถมองเห็นวิวปราสาทสวยๆได้อีกด้วย เรามาดูบรรยากาศภายในสวนดีกว่าว่าจะสวยขนาดไหนนน

 

 

 

ทั้งหมดนี้คือบรรยากาศภายในสวนจ้า สวยงามมากกนี้ขนาดไม่ใช่ช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้แดง ยังสวยขนาดนี้เลยยย นอกจากบริเวณสวนธรรมชาติสวยๆอย่างนี้แล้วเรายังสามารถมองเห็นวิวปราสาทอีกด้วยยยย

คือวิวของปราสาทโอคายาม่า จากสวนโคราคุเอน จ้า กว่าจะเดินชมวิวสวยๆในสวนโคราคุเอนจนทั่วก็ได้เวลาอาหารเย็นพอดี เราก็เดินทางไปยังภัตราคารที่ทางนกแอร์เค้าจัดเตรียมไว้ หลังจากที่รับประทานอาหารเรียบร้อยแล้วเราก็เดินทางเข้าสู่ที่พัก เตรียมพร้อมสำหรับการเที่ยวในวันต่อไปปป

วันที่สี่

วันนี้เราจะเดินทางไปที่เมืองวินเทจคุราชิกิ ย่านช้อปปิ้งฮอนโดริ และตบท้ายด้วยเทศกาลประดับไฟ hiroshima dreamination แน่นอนก่อนที่เราจะออกเดินทางเราก็ต้องหาอะไรรับประทานก่อน วันนี้เรารับประทานอาหารเช้าจากโรงแรม หลังจากที่ทานอิ่มแล้วเราก็มุ่งสู่ เมืองคุราชิกิ กันเลยจ้า คุราชิกิเป็นเมืองที่มากี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ เนื่องจากเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์มากมาย ส่วนใครที่ไปครั้งแรกก็รับรองเลยว่าต้องติดใจจนอยากกลับไปอีกครั้งแน่นอน เมืองวินเทจแห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดโอคายาม่า สามารถเดินทางจากสถานีโอคายาม่าโดยรถไฟสาย Hakubi Line เพียง 15 นาทีก็ถึงที่คุราชิกิ ที่นี้เป็นสถานที่ที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ธรรมชาติของแม่น้ำคุราชิกิ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ อาหารต่างๆ ไปจนถึงร้านค้าสำหรับช็อปปิ้งมากมาย

สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของคุราชิกิคือ เมืองโบราณจากยุคเอโดะที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมจากซีกโลกตะวันตกอย่างสวยงาม กลายเป็นกลุ่มอาคารที่ได้รับการอนุรักษ์โดยรัฐบาลญี่ปุ่น ให้คงรูปแบบอาคารดั้งเดิมเอาไว้ ร้านค้าแหล่งช้อปปิ้งต่างๆ จึงตั้งอยู่ในบรรยากาศที่เก่าแก่ ให้ความรู้สึกเพลิดเพลินเดินเล่นได้ทั้งวัน นอกจากนี้ยังมีบริการล่องเรือพาย ซึ่งการเที่ยวชมเมืองโดยการล่องเรือนั้น คุณจะได้ชมย่านบิคัน จิคุและถนนเส้นต่างๆ จากบนเรือ  ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ต้องการล่องเรือชมเมือง ต้องซื้อตั๋วที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จากนั้นลงเรือและเริ่มออกเดินทางจากท่าเรือในบริเวณนั้น  ใช้เวลาล่องเรือรอบละ 20 นาทีโดยฝีพายจะทำหน้าที่เป็นไกด์ ในเรื่องของวันหยุดจะกำหนดตามฤดูกาล  เดือนมีนาคม-พฤศจิกายนจะให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ที่สองของเดือน  เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์จะให้บริการเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดราชการ  ส่วนวันหยุดสิ้นปีจนถึงปีใหม่ปิดให้บริการ นอกจากการล่องเรือชมเมืองแล้วนักท่องเที่ยวยังสามารถนั่งรถลากโบราณเที่ยวชมบรรยากาศรอบๆเมืองได้อีกด้วย มาดูบรรยากาศภายในเมืองคุราชิกิกันดีกว่า ว่าจะสวยขนาดไหนน

นี้คือบรรยากาศของคลองภายในเมืองคุราชิกิ

อันนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะโอฮาระ เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ขอย่านคุราชิกิ  อาคารแห่งนี้สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมกรีก ภายในมีการจัดแสดงศิลปะตะวันตก และมีภาพวาดที่โด่งดังระดับโลก นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์ยังมีบ่อบัวที่จำลองจากที่พักของมอแนอีกด้วย หลังจากเดินชมเมืองคุราชิกิ เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาอาหารเที่ยงพอดี กองทัพต้องเดินด้วยท้องจ้ะ รีบไปทานอาหารแล้วไปลุยกันต่อดีกว่า
หลังจากทานอาหารเที่ยงแล้วเราก็เดินทางสู่ ย่านช้อปปิ้งถนนฮอนโดริ ย่าช้อปปิ้งที่อยู่ใจกลางเมืองฮิโรชิม่าที่มีข้าวของมากมาย และผู้คนหนาแน่นตลอดๆ ใกล้ๆกับถนนแห่งนี้จะมี หมู่บ้านโอโคโนมิยากิ อยู่ ซึ่งในหมู่บ้านนี้จะมีร้านขายโอโคโนมิยากิอยู่มากมาย เพราะฉะนั้นนน โอโคโนมิยากิคือ อาหารเย็นของเราวันนี้ ไปดูกันว่าหน้าตาของโอโคโนมิยากิของฮิโรชิม่า จะแตกต่างจากโอโคโนมิยากิของโอซาก้ายังไงงง


นี้จ้า โอโคโนมิยากิของฮิโรชิม่า จะมีเส้นคล้ายๆยากิโซบะ รสชาติคืออร่อยมากๆๆๆเลยจ้า หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว เราก็เดินทางไปชมเทศกาลประดับไฟ hiroshima dreamination สวยๆกันดีกว่า เทศกาลประดับไฟสัญลักษณ์ประจำฤดูหนาวของเมืองฮิโรชิม่า ตอนกลางคืนทั่วทั้งบริเวณใจกลางเมืองของฮิโรชิม่าตลอดระยะทางกว่า 2 กิโลเมตรจาก Peace Boulevard ถนนใหญ่ Heiwa Odori ถึงสี่แยก Tanaka-machi เรียกได้ว่าทั่วใจกลางเมืองของฮิโรชิม่าจะถูกตกแต่งไปด้วยสีสันของแสงไฟมากกว่า 1.4 ล้านดวง ภายใต้คอนเซปของแต่ละปี ให้ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวได้เดินดูกันอย่างเพลินเพลิด หลังจากชมไฟสวยๆเสร็จแล้วเราก็เดินทางกลับสู่ที่พัก เพื่อนพักผ่อนเอาแรงไปตะลุยเที่ยวกันต่อในวันพรุ่งนี้จ้า

วันที่ห้า

ตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกอย่างเดินทางมากกกก วันนี้เรามีแพลนจะไป ปราสาทฮิโรชิม่า อะตอมมิกบอมบ์โดม สวนสันติภาพ พิพิธภัณฑ์สันติภาพ และสถานที่ที่ขาช้อปรอคอยย THE OUTLETS HIROSHIMA จ้า มาเริ่มจากที่แรกเลยยยย หลังจากทานข้าวเช้าแล้วเราก็มุ่งหน้าสู่ ปราสาทฮิโรชิม่า กันเลยจ้า มีอีกชื่อหนึ่งที่คนรู้จักกันว่า “ปราสาทปลาคราฟ” บอกได้ว่าปราสาทแห่งนี้ไม่ได้เหมือนๆกับปราสาทที่เคยเห็นทั่วไปในญี่ปุ่นนะคะ เพราะเมืองฮิโรชิม่าพัฒนาขึ้นมาแบบเมืองปราสาทแบบเดียวกับเมืองในญี่ปุ่นส่วนใหญ่ แตกต่างตรงที่ฮิโรชิม่าเป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองรอบๆปราสาทยังเป็นศูนย์กลางการค้าขายในอดีต อีกทั้งยังเป็นปราสาทที่ต่างจากปราสาททั่วๆไปตรงที่จะสร้างบนพื้นที่ราบ ไม่ใช่ปราสาทบนเนินเขาหรือยอดเขาแบบทั่วๆไป สูงประมาณ 5 ชั้น ล้อมรอบด้วยคูน้ำ บริเวณรอบๆของปราสาทนั้นจะรวมไปถึงศาลเจ้าและสิ่งก่อสร้างที่คงเหลือในอดีตที่กลายมาเป็นซากอาคารให้เห็นในปัจจุบัน และยังมีส่วนอาคารที่สร้างขึ้นมาใหม่ภายหลังรวมทั้งบางส่วนของตัวปราสาทเองด้วย และภายในมีการจัดโชว์สิ่งของโบราณต่างๆอีกด้วย ถ้าใครสนใจจะเข้าไปชมด้านในก็จะมีค่าใช้จ่างผู้ใหญ่ 360 เยน เด็ก 180 เยน

นี้คือภายนอกของปราสาทฮิโรชิม่าจ้า จะเห็นได้ว่าเป็นปราสาทที่สวยมากๆ และแตกต่างจากปราสาทอื่นๆในประเทศญี่ปุ่น

บัตรเข้าชมภายในปราสาทฮิโรชิม่าจ้า ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติซาสตร์ของเมืองฮิโรชิม่า ไม่เพียงแค่นั้นนะคะบริเวณชั้นบนสุดของปราสาทแห่งนี้เนี่ยถือว่าเป็นอีกมุมหนึ่งที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองแบบ 360 องศาได้อีกต่างหาก  หรือจะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิก็จะมีซากุระบานสะพรั่งรอบๆให้ได้ชื่นตาชื่นกันอีกด้วย

หลังจากชมทั้งภายนอกและภายในของปราสาทฮิโรชิม่าแล้ว ก็ถึงเวลาพักผ่อน เพิ่มพลังให้ท้องกันก่อนที่จะเดินทางสู่สถานที่ต่อไป หลังจากพักเพิ่มพลังให้ท้องแล้วเราก็เดินทางสู่ อะตอมมิกบอมบ์โดม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตของ สวนสันติภาพฮิโรชิม่า ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศเป็นอนุสรณ์สถานให้กับการทิ้งระเบิดปรมาณูเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวหลักของเมืองฮิโรชิม่าจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว จริงๆแล้วภายในสวนแห่งนี้จะแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักๆ ซึ่งจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จะมีการจัดแสดงเกี่ยวกับเมืองฮิโรชิม่าล้วนๆเลยล่ะค่ะ บอกได้เลยมาทีได้ความรู้ติดตัวไปเพียบ โดยส่วนแรกจะจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองฮิโรชิม่า และอีกส่วนจะเกี่ยวกับการถูกทิ้งระเบิด ระหว่างพิพิธภัณฑ์กับ A-Bomb dome จะมีอนุสาวรีย์สำหรับผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้น โดยจะมีการลงทะเบียนรายชื่อของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายซึ่งมีมากกว่า 220,000 รายชื่อ ภายในพิพิธภัณฑ์นั้นจะมีการเน้นย้ำไปที่สิ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์โดยละเอียด ข้อมูลที่จัดแสดงอาจจะก่อให้เกิดความสะเทือนใจอยู่บ้างยิ่งคนที่ใจบางๆอาจมีน้ำตาซึมเบาๆไปกับชะตากรรมและสิ่งที่มนุษย์ทำกับมนุษย์ด้วยกันเอง แต่ก็ถือว่าเป็นความรู้ที่รู้ไว้ยิ่งเข้าใจเมืองนี้อย่างลึกซึ้ง และรู้ถึงความสำคัญของสันติภาพมากเลยล่ะค่ะ

บอกเลยว่าก่อนการทิ้งระเบิดนั้นพื้นที่บริเวณนี้เป็นใจกลางของเมืองฮิโรชิม่า ที่เป็นดั่งศูนย์กลางการค้าและการบริหารของเมืองที่คึกคักแบบสุดขีด แต่ก็นั่นล่ะค่ะเลยถูกเลือกขึ้นมาเป็นเป้าหมาย ภายหลังจากการทิ้งระเบิด 4 ปีรัฐบาลก็ประกาศอนุรักษ์พื้นที่นี้ไว้เพื่อสร้างเป็นสวนสันติภาพแทนการพัฒนาขึ้นเป็นเมืองเหมือนเดิม จริงอยู่ที่ความเป็นมาของสวนแห่งนี้อาจจะดูอึมครึมไปบ้าง แต่จริงๆแล้วสวนแห่งนี้ก็ทั้งสวยงามดึงดูดให้คนมาท่องเที่ยวกันอยู่เสมอๆเลยนะคะ เรียกได้ว่าเป็นได้ทั้งที่พักผ่อนหย่อนใจแถมยังเป็นจุดที่เราสามารถเต็มความรู้เกี่ยวกับเมืองฮโรชิม่าได้อย่างลึกซึ้งอีกด้วย

นี้เป็นบริเวณสวนสันติภาพ

อนุสาวรีย์ซาดาโกะ

โดมระเบิดปรมาณู

หลังจากที่เที่ยวชมบริเวณนี้ครบทุกจุดแล้ว เราก็เดินทางกันต่อเลยจ้า สถานที่ต่อไปที่เราจะไปกันก็คือ THE OUTLETS HIROSHIMA ภายในมีร้านค้ามากมายกว่า 200 ร้านเลยทีเดียว นอกจากจะมีร้านค้าเยอะแล้วยังมีหลากหลายร้านค้าอีก นอกจากเสื้อผ้า หรือ ของแบรนด์เนมต่างๆแล้วยังมีร้านอาหารอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีโซนที่เป็น โรงภาพยนตร์ ลานสเก็ต และ โบว์ลิ่งอีกด้วย และที่สำคัญมีของฝากราคาถูกๆ ขายด้วยจ้า ใครที่จะซื้อของกลับไปฝากเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ หรือ ครอบครัวก็สามารถมาเลือกซื้อที่นี้ได้เลยจ้า หลังจับจ่ายซื้อของกันเสร็จแล้วก็เดินทางกลับที่พัก เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับประเทศไทยในวันต่อไปจ้า

วันที่หก

วันนี้จะต้องกลับไทยแล้ว ได้ของฝากมาเต็มไม้เต็มมือเลยจ้า เรามีนัดกับสายการบินนกแอร์ที่สนามบินตอน 11โมง เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับประเทศไทย พอผ่านพิธีการต่างๆแล้ว ก็ขึ้นเครื่องเตรียมบินกลับไทยจ้า เครื่องบินจะออกในเวลา บ่าย 3 สิบห้า มาถึงประเทศไทยประมาณ 3 – 4 โมงเย็น

การเดินทางไปฮิโรชิม่าครั้งนี้ได้ไปเที่ยวหลายที่มากๆ นอกจากนี้ยังได้รู้อีกว่าในฮิโรชิม่า ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆอีกมากมายที่คนทั่วๆไปไม่รู้จัก ถือได้ว่าฮิโรชิม่าเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีเสน่ห์อยู่มากมาย ให้เราได้ค้นหาอีกมากมาย เพราะฉะนั้นอย่าลืมที่จะไปเที่ยวที่ฮิโรชิม่ากันนะคะ และถ้าคิดจะเดินทางไปเที่ยวฮิโรชิม่าก็อย่าลืมที่จะนึกถึงสายการบินนกแอร์นะคะ