วิธีการผ่านตม. เกาหลี แบบง่ายๆ ไม่ต้องกลัวถูกส่งกลับไทย

Last updated: 2020-01-07  |  1582 จำนวนผู้เข้าชม  | 

วิธีการผ่านตม. เกาหลี แบบง่ายๆ ไม่ต้องกลัวถูกส่งกลับไทย

วิธีการผ่านตม. เกาหลี แบบง่ายๆ ไม่ต้องกลัวถูกส่งกลับไทย!

วิธีการผ่านตม. เกาหลีสำหรับคนไทยทุกวันนี้ถือว่าเข้มงวด เพราะคนไทยบางส่วนที่เราเรียกกันว่า “ผีน้อย”  ได้ก่อวีรกรรมไม่ดีเอาไว้ ด้วยการลักลอบเข้าประเทศเกาหลีใต้ อย่างผิดกฎหมายเพื่อไปทำงานและไม่กลับไทยในเวลาที่กำหนด ยิ่งทำให้คนที่ต้องการเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือที่เราเรียกกันว่า ตม. ยากขึ้น เพราะ ตม. เข้มงวดมากกว่าที่เคยเนื่องจากเป็นด่านแรกที่จะคัดกรองคนเข้าสู่ประเทศเกาหลีใต้ บรรดานักท่องเที่ยวผู้บริสุทธิ์ใจที่อยากจะไปแค่เที่ยว หรือแค่อยากจะไปทานอาหารเกาหลีอร่อยๆ

แต่ก็อย่าตกใจไป! เจ้าหน้าที่ตม.เขาก็ทำตามหน้าที่ การเตรียมตัวให้พร้อม ว่าการจะผ่านตม.เข้าประเทศเกาหลีใต้ได้แบบง่ายๆ นั้น ต้องทำอย่างไรบ้าง กับ 



4 วิธีการผ่านตม.เกาหลี แบบง่ายๆ ไม่ต้องกลัวถูกส่งกลับไทย!

 

1. วิธีการผ่าน ตม. เกาหลีต้องแต่งกายให้พองาม
การแต่งกายคือสิ่งแรกที่คนมักจะมอง ยังไม่ต้องพูด ยังไม่ต้องรู้จัก แต่ การแต่งกายจะบอกนัยยะบางอย่างได้เสมอ  การแต่งกายที่ดีในที่นี้คือ “แต่งเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป” ที่หมายถึงการเลือกเสื้อผ้าให้พอเหมาะพอดีกับสภาพอากาศขณะนั้น ไม่น้อยไปไม่มากไป ควรรู้จัก “กาลเทศะ”  เพราะ ตม.ก็จัดเป็นหน่วยงานราชการอย่างหนึ่งของทางประเทศเกาหลีใต้ที่เราควรให้เกียรติ
อย่าลืมเคารพกฎหมายของบ้านเมืองอื่นด้วย 


2. เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองเอกสารประจำตัวต่างๆ

หนังสือเดินทาง (Passport)
การออกเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง ห้ามลืมหนังสือเดินทาง เพราะเป็นสิ่งสำคัญอันดับ 1 เวลาเราจะออกนอกประเทศ พาสปอร์ตก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้การผ่าน ตม.นั้นง่ายขึ้น สำหรับคนที่มีหนังสือเดินทางหลายเล่ม ให้พกไปให้หมด เพราะ ตม.อาจจะขอดูเล่มเก่าๆ เพื่อประกอบการพิจารณาด้วยก็เป็นได้ โดยสิ่งที่จะพิจารณาคือ

ชื่อสกุล เลขที่หนังสือเดินทาง ต้องตรงกันกับข้อมูลจากสายการบินและใบผ่านเอกสารคนเข้าเมือง ผู้ที่มีประวัติ เปลี่ยนชื่อ หรือถือหนังสือเดินทาง 2 เล่ม แต่การสะกดชื่อไม่เหมือนกัน จะถูกตรวจสอบ และมีโอกาสไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ ดังนั้นหากผู้ใดเคยเปลี่ยนชื่อให้นำเอกสารยืนยันการเปลี่ยนชื่อมาด้วยเสมอ

ภาพถ่ายในหนังสือเดินทางต้องเหมือนกับตัวจริง  เพราะเคยมีกรณีคนถูกส่ง กลับเพราะหน้า สีนัยตาและสีผมไม่เหมือนกับหน้าหนังสือเดินทาง ทั้งที่ความจริง อาจเป็นเพราะการแต่งหน้า หรือทำสีผมก็ได้  ฉะนั้นได้โปรดพยายามทำตัวคุณให้เหมือนกับคุณคนในหนังสือเดินทาง นะครับ เพราะถ้าหากเจ้าหน้าที่ เกิดสงสัยและคุณถูกปฏิเสธการเข้าเมืองก็ถือเป็นอันสิ้นสุด

 
ความโชกโชนของหนังสือเดินทาง  การที่หนังสือเดินทางเราได้รับการลงตราจากหลายๆ ประเทศมานั้นเป็นเครดิตความน่าเชื่อถือที่ดี เพราะหนังสือเดินทางค่อนข้างโชกโชน ยิ่งถ้ามีวีซ่าประเทศสำคัญๆ อยู่ด้วยหนังสือเดินทางของเราก็จะยิ่งน่าเชื่อถือ แต่สำหรับคนที่หนังสือเดินทางยังหน้าขาวอยู่ ซึ่งอาจเป็นเพราะไม่ค่อย ได้เดินทางหรือ เพิ่งไปทำหนังสือเดินทางมาใหม่ก็อย่าเพิ่งใจเสีย นอกจากหนังสือเดินทาง เอกสารที่ควรเตรียมไปด้วยหากคุณไปเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง 


เอกสารตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
การที่เรามีตั๋วเครื่องบินกลับ แสดงให้เห็นว่าเรามีกำหนดกลับที่แน่นอน ไม่อยู่เกินกำหนดแน่ๆ แนะนำให้พิมพ์แยกชุดสำหรับให้เจ้าหน้าที่ ตม.

เอกสารการจองที่พัก / หลักฐานการชำระเงินค่าที่พัก
การไปเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง “ที่พัก” เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถ้าหากเราไปกับบริษัททัวร์ เรายังมีบริษัททัวร์คอยรับประกัน แต่ถ้าไปเที่ยวด้วยตัวเองคือไม่มี ที่พำนักเป็นหลักแหล่ง ของนักท่องเที่ยวขณะอยู่ในเกาหลีจึงเป็นสิ่งบ่งบอกว่าเรา ไม่ได้อยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ หรือหนีไปในสถานที่ผิดกฎหมาย  ซึ่ง
บางครั้งอาจมีการตรวจสอบไปยังโรงแรม ว่าในวันและเวลาดังกล่าว มีชื่อเราเป็นผู้เข้าพักจริงหรือเปล่า 

แผนการท่องเที่ยวฉบับภาษาอังกฤษ
วิธีการผ่านตมเกาหลีที่ดีที่สุดของคนที่ไปเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง คือ


การทำแพลนเที่ยวให้ละเอียดที่สุด (ใช้ภาษาอังกฤษ)
 เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเราตั้งใจมาเที่ยวเกาหลีจริงๆ โดยหากคุณเองเป็นคนที่วางแผนการเที่ยวทั้งหมดก็คงไม่ยากเท่าไหร่ เจ้าหน้าที่ถามอะไรคงตอบได้ แต่สำหรับคนที่เดินทางมาด้วยแล้วไม่ได้วางแผน ต้องพูดคุยกันก่อน  ควรให้เข้าใจตรงกันทุกคน และ ควรพิมพ์แผนการท่องเที่ยวฉบับภาษาอังกฤษออกมาถือกันไว้คนละ 1 ฉบับ  เจ้าหน้าที่จะได้ทราบว่าเรามาเที่ยวจริงๆ และในแต่ละวันเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไหนบ้าง ทุกคนควรรู้แผนการเที่ยวว่าแต่ละวัน จะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง

เอกสารรับรองการทำงาน หรือการศึกษา  
เพราะเจ้าหน้าที่จะรู้ว่าตัวเรามีภารกิจที่เมืองไทย ที่ต้องกลับไปทำแน่นอน ไม่อยู่นานแน่ๆ เป็นเครดิตที่ให้น้ำหนักดีมากๆ จะปริ้นหลักฐาน หรือเอาบัตรประจำตัวพนักงาน ให้เจ้าหน้าที่ดู

รายการบัญชีย้อนหลัง (Statement)
อาจดูเหมือนว่าเยอะเกินความจำเป็น แต่สำหรับคนที่มีหลักฐานด้านอื่นๆ ไม่แน่น เช่น อาจจะว่างงานอยู่ หรือเป็นฟรีแลนซ์ ไม่มีใบรับรองการทำงาน จะยื่น Statement ไปด้วยก็ได้ เพื่อเป็นหลักประกันว่าเราจะมีเงินใช้จ่ายมากพอจนไม่ไปประกอบ การทุจริตผิดกฎหมาย

ประกันการเดินทางที่มีความคุ้มครองครอบคลุม
ประกันการเดินทางนอกจากจะช่วยคุ้มครองเรา ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วยกะทันหัน สัมภาระหาย แม้กระทั่งการล่าช้าของเที่ยวบิน ประกันการเดินทางจึงเป็นอีก วิธีการผ่านตมเกาหลี เพราะรายละเอียดและความน่าเชื่อถือของบริษัทประกัน จะทำให้เจ้าหน้าที่ ตม. ทราบว่าเราจะเข้าและออกจากประเทศภายในวันไหน (ประกันจะระบุจำนวนวันเดินทาง)  
และนอกจากนี้ประกันการเดินทางยังเป็นเอกสารสำคัญในการขอวีซ่าเชงเก้น 



3. ไปเกาหลีสัมภาระต้องเหมาะสม
สัมภาระ ขนาดควรพอเหมาะไม่น้อยไปหรือมากไป  ขนาดกระเป๋าไซส์ 24 นิ้วน่าจะกำลังพอดี ส่วนซิมอินเทอร์เน็ตและเงินวอน ควรเตรียมไปให้พร้อม
แต่อย่าแลกไปเยอะเกินไปจะเสี่ยงต่อการทำเงินสูญหายได้


4. วิธีการผ่านตม.เกาหลีจะต้องตอบคำถามชัดเจน มั่นใจ
การเดินเข้าช่อง ตม.ไปด้วยความมั่นใจเป็นสิ่งสำคัญ  จะทักเขาก่อนด้วยคำว่า สวัสดีค่ะ หรือ Hi ก็ไม่ผิด  เพราะนี่เป็นเหมือนการเปิดประตูใจให้เขาเห็นก่อนว่า  เรามาแบบบริสุทธิ์ใจนะ  เรามาเที่ยวนะ จริงใจขนาดทักคุณก่อนเลยนะเนี่ย สบตาเขาบ้างบางโอกาส เพราะการที่คุณยืนกระสับกระส่าย มองซ้ายที ขวาที นั่นคือ “พิรุธ” ทั้งที่ความจริงคุณอาจจะแค่ตื่นเต้นไปหน่อย ตั้งใจฟัง ตั้งใจดูเผื่อคุณ ตม. มีคำถามอะไรที่อยากจะถามเพิ่มเติม แล้วเมื่อผ่านแล้วก็อย่าลืมที่จะ Say Thank you!  



คำถามที่มักเจอบ่อย
ส่วนมากเจ้าหน้าที่ ตม.จะถามแค่ไม่กี่คำถาม มักจะวนๆ กับคำถามเหล่านี้

คุณทำอาชีพอะไร (What do you do?)
มากี่คน มากับใคร  (How many person go with you ?)
มาทำอะไร (What’s the purpose of your visit ?)
โรงแรมชื่ออะไร  (What is the name of your hotel you booking ?)
มากี่วัน (How long will you be staying ?)
เคยมาเกาหลีมาก่อนมั้ย (How you ever go to South Korea ?)
จะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง  (Where will you be visiting ?)        
แลกเงินมาเท่าไหร่   (How much money are you bringing ?)