7ที่เที่ยวชิบะในฤดูใบไม้ผลิ

Last updated: Feb 7, 2020  |  357 จำนวนผู้เข้าชม  |  เล่าเท่าที่รู้

7ที่เที่ยวชิบะในฤดูใบไม้ผลิ

7ที่เที่ยวชิบะในฤดูใบไม้ผลิ

 ชิบะเป็นจังหวัดเล็กๆจังหวัดหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น อยู่ในเขตคันโต บนเกาะฮนซู และเป็นที่ตั้งของสนามบินนาริตะ ที่โอบล้อมด้วยทะเลและแม่น้ำทั้งสี่ด้าน อากาศอบอุ่นในฤดูหนาวและเย็นสบายในฤดูร้อน  

วันนี้มาพบกับ 7 สถานที่เที่ยวสำหรับคนชอบดอกไม้ห้ามพลาด!!!!!และต้องมาให้ได้

1.รถไฟสายอิซุมิ Isumi Railway

รถไฟโบราณที่จะพานักท่องเที่ยวได้เดินทางผ่านผืนป่าและท้องทุ่งอันกว้างใหญ่ โดยไฮไลท์ก็คือดอกนาโนะฮานะหรือดอกrepeseedสีเหลืองอร่ามยาวตลอดสองข้างทาง อวดโฉมในฤดูใบไม้ผลิจากสถานี Ohara ถึงสถานี Otaki ราคาเพียง 530เยน สิ่งที่เรียกแขกอีกอย่างบนรถไฟขบวนนี้ก็คือลายการ์ตูนมูมิน(Moomin) ตัวการ์ตูนชื่อดัง ซึ่งมีแค่ขบวนนี้ขบวนเดียวในญี่ปุ่นที่มีเจ้ามูมิน

การเดินทาง:จากสถานีรถไฟ JR Chibaโดยสาร JR Sotobo Line 1ชั่วโมง 22นาที สถานี JR Ohara


 
2.มาเธอร์ฟาร์ม Mother Farm  (ดอกนาโนะฮานะ กลางเดือนกุมพันธ์-กลางเดือนเมษายน)
 ฟาร์มที่ไม่ได้มีดีแค่เลี้ยงสัตว์แต่ยังเป็นฟาร์มที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว สำหรับใครที่ เป็นสายกิจกรรมห้ามพลาดเพราะมีกิจกรรมที่น่าสนุกและตื่นเต้นมากมายที่ฟาร์มแห่งนี้ เช่น ทดลองรีดนมวัวจากแม่วัวพันธุ์ดี การแสดงโชว์ต้อนฝูงเป็ด การแสดงโชว์ตัดขนแกะ การแสดงโชว์ลูกหมูวิ่งแข่ง หรือจะทำเวิร์คช้อปทำซอร์ฟครีมกินเองด้วยก็ได้  แถมมีดอกไม้ให้ชมทั้งปีตลอด 4 ฤดู อาทิ คอสมอส ซัลเวีย ไฮเดรนเยีย ฯลฯ และยังมีกิจกรรมยอดนิยมอย่างการเก็บผลไม้ในสวนได้ไม่อั้น ทั้งบลูเบอร์รี่ กีวี สตรอว์เบอร์รี ฯลฯ  เรียกได้ว่าเป็นสถานที่เหมาะที่สุดในการมาเที่ยวสนุกได้ตลอดทั้งวัน

การเดินทาง: จากสถานี JR Tokyo โดยสารJR sobu Line “Rapid” 40นาที สถานี JR Chiba โดยสาร JR Uchibo Line 50นาที สถานี JR Kimitsu ต่อด้วยรถบัส 40นาที



 

3.โตเกียว เยอรมัน วิลเลจ Tokyo German Village (ปลายเดือนมีนาคม-ปลายเดือนเมษายน)

  สัมผัสความงดงามตระการตาของสวนพิงค์มอสที่ใหญ่และกว้างที่สุดและชมได้เร็วที่สุดในแถบคันโต พบกับความตระการตาของดวงไฟหลากหลายสีสันที่ประดับประดาไว้ทั่วโตเกียว เยอรมัน วิลเลจ ในพื้นที่ 60,000 ตารางเมตร

การเดินทาง: จากสถานี JR Tokyo โดยสาร JR Sobu Line “Rapid” 40นาที สถานี JR Chiba โดยสาร JR Uchino Line 30นาที สถานี JR Sodegaura ต่อด้วยรถบัสและเดิน



 

4.สวนสาธารณะ ซากุระ ฟูรูซาโตะ Sakura Furusato Square (ดอกทิวลิป เดือนเมษายน)

  สวนที่สาธารณะที่จะทำให้เพลิดเพลินไปกับดอกทิวลิปหลากสีสัน ช่วงที่ดอกทิวลิปสวยที่สุดคือในเดือนเมษายน ทุกๆปีเดือนเมษายนจะมีงานที่ชื่อว่า “Sakura Tulip Festa” ภายในสวนยังมีกังหันลมสไตล์เนเธอร์แลนด์ที่สร้างขึ้นเพื่อฉลองความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ นอกจากดอกทิวลิปแล้วในช่วงเวลาอื่นยังมีดอกไม้อีกหลายพันธุ์ เช่น คอสมอส ป้อปปี้ และดอกทานตะวัน ฯลฯ

การเดินทาง: จากสถานี Keisei Narita Terminal2 โดยสาร Keisei Line 35นาที สถานี Keisei Sakura ต่อด้วย รถชัตเติลบัส10นาที(มีค่าใช้จ่าย)

หรือ จากสถานี JR Narita Airport Terminal2 โดยสาร JR Narita Line “Rapid”25นาที สถานี JR Sakura ต่อด้วยรถชัตเติลบัส 10นาที (มีค่าใช้จ่าย)

*มีรถชัตเติลบัสให้บริการในช่วงงานเทศกาลดอกทิวลิป        

 

 5.สวนสาธารณะ ซากุระ โนะ ยามะ Sakura No Yama Park (ดอกซากุระ ต้นเดือนเมษายน)

 สวนสาธารณะบนเนินเขาเล็กๆทางทิศเหนือใกล้กับรันเวย์ของสนามบินนาริตะสวนแห่งนี้ยังป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ความสวยงามของดอกซากุระ ภายในสวนสาธารณะยังมีต้นซากุระนานับสายพันธุ์มากกว่า300ต้น  ไฮไลท์ของสวนแห่งนี้ก็คืออุโมงค์ซากุระที่เหมาะกับการถ่ายรูปสุดๆ

การเดินทาง: จากสถานี JR Narita Airport Terminal2 โดยสาร JR Narita Line “Rapid” 8นาที สถานี JR Narita โดยสาร JR Bus Tako Main Line 15นาที และเดินอีก 2นาที



 
6.พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งโบโซโนมูระ Boso no Mura Open air Museam (ดอกซากุระ ปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน)

 พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตท้องถิ่นแบบดั้งเดิม โดยจำลองบรรยากาศของหมู่บ้านสมัยเอโดะ และยังสามารถเรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านประสบการณ์จริง แถมยังสามารถเช่าชุดแต่งคอสเพลย์ต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็น ชุดนินจา ชุดซามุไร และชุดกิโมโนที่สาวๆสมัยเอโดะนั้นใส่กัน พร้อมถ่ายรูปกับบรรยากาศเมืองเอโดะและดอกซากุระที่เบ่งบานในช่วงเดือนเมษายน

การเดินทาง: จากสถานี JR Tokyo โดยสาร JR Sobu Line “Rapid” 40นาที สถานี JR Chiba โดยสารJR Narita Line 30นาที สถานี JR Narita โดยสาร JR Narita Line 11นาที สถานี JR Ajiki ต่อด้วยรถบัส 15นาที

 

7.เคเซอิ โรสการ์เด้น Keisei Rose Garden (ดอกกุหลาบ เดือนพฤษภาคม)    

สำหรับใครที่ชื่นชอบดอกกุหลาบห้ามพลาด เพราะสวนแห่งนี้มีดอกกุหลาบมากถึง 1,600 สายพันธุ์ เรียกได้ว่ามีดอกกุหลาบทุกสายพันธุ์บนโลกเลยก็ว่าได้ และยังมีร้านค้าจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับดอกกุหลาบ คาเฟ่ชากุหลาบ นอกจากจะได้ชื่นชมดอกกุหลาบนานาชนิดแล้วยังสามารถซื้อกลับได้อีกด้วย หนึ่งปีจะเปิดให้เข้าชมแค่ 2ครั้ง คือช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน และเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน

การเดินทาง: จากสถานี JR Tokyo โดยสารJR Keiyo Line 30นาที สถานี Nishi-Funabashi เปลี่ยนเส้นโดยสาร Toyokosoku Line 20นาที สถานี Yachiyomodorigaoka เดิน 19นาที หรือแท็กซี่ 10นาที