ไหว้พระพม่า สักการะ ๕ มหาบูชาสถาน

Last updated: May 15, 2020  |  270 จำนวนผู้เข้าชม  |  เล่าเท่าที่รู้

ไหว้พระพม่า สักการะ ๕ มหาบูชาสถาน

ไหว้พระพม่า สักการะ มหาบูชาสถานที่ชีวิตนี้ต้องห้ามพลาด!!!!
#พม่า อีกหนึ่งดินแดนสีทองแห่งพระพุทธศาสนา ที่พุทธศาสนิกชนผู้จาริกแสวงบุญมักเดินทางมากราบไว้ไม่ขาดสายตลอดทั้งปี วันนี้แอดมินสายบุญจะมาบอกเล่าเท้าความเรื่องราวของ “เบญจมหาบูชาสถาน” อันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญสูงสุด 5 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งตั้งอยู่กันคนละเมือง เชื่อกันว่าใครที่ได้ไปสักการะครบทั้ง 5 แห่ง จะนำมาซึ่งสิริมงคล ชีวิตจะได้เจอแต่ความสุข สมหวัง สมพรที่ขอไว้อย่างแน่นอน จะมาที่ไหนบ้าง เชิญทัศนา ณ บัดนี้…

 

1
พระมหาเจดีย์ชเวดากอง
(Shwedagon Pagoda)
พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง เป็นเจดีย์สำคัญสีทองอร่ามที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองของชาวพม่า ซึ่งความหมายของชื่อเจดีย์นี้ คำว่า ชเว แปลว่า "ทองคำ" เเละ ชเวดากอง เเปลว่า "เจดีย์ทองแห่งเมืองดากอง" เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับเเรกในการเดินทางไปพม่าต้องไปเยี่ยมชมสักการะเจดีย์ชเวดากองเพื่อเป็นสิริมงคล โดยเจดีย์นี้ถูกสร้างมาเก่าแก่ยาวนานกว่า 2,500 ปี ชาวพม่าเชื่อว่า เป็นสถานที่บรรจุพระเกศาธาตุจำนวน 8 เส้น ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเครื่องอัฐบริขาร ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอดีตอีก 3 พระองค์
พระเจดีย์แรกเริ่มสร้างมีความสูง 18 เมตร ซึ่งในปัจจุบันมีความสูง 98 เมตร นอกจากนี้รอบองค์เจดีย์ยังมีพระประจำวันเกิดประดิษฐานทั้งแปดทิศ  ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาที่นี่เพื่อกราบไหว้ สักการะสรงน้ำองค์ปฏิมา และทำทักษิณาวัตร ผู้ที่เข้ามานมัสการหรือเยี่ยมชมจะต้องถอดรองเท้าทุกครั้งเมื่อมาถึงทางเข้า ให้เดินตามเข็มนาฬิกา เจดีย์ชเวดากองนี้เป็นเจดีย์ที่มีลักษณะสวยงามมาก เนื่องด้วยเเรงศรัทธาในองค์พระเจดีย์ของชาวพม่า ที่มักจะนิยมการบริจาคเพชรพลอยของมีค่าต่างๆ ให้กับพระเจดีย์ ทำให้เจดีย์องค์นี้มีเครื่องประดับมีค่าเป็นจำนวนมากกว่า 5,000 ชิ้น สถานที่นี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นศูนย์รวมแห่งความศรัทธาของชาวพม่า ส่วนใหญ่คนจะนิยมเดินทางไปช่วงเย็นหรือช่วงพระอาทิตย์ตกเเสงที่กระทบกับเจดีย์สีทองจะเป็นเเสงที่สวยงามมาก แต่กลางวันก็ไปได้เหมือนกันนะจ๊ะ
 
เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่ 04.00 น. - 21.00 น.ทุกวัน
 
 
 
 



พระธาตุอินแขวน

(Kyaukthanban Pagoda)

พระธาตุอินทร์แขวนหรือไจก์ทิโย เมืองไจก์โถ่ องค์เจดีย์ตั้งวางอยู่บนปลายหน้าผา เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปสักการะ และยังเป็นพระธาตุประจำปีจอ คนเกิดปีนี้ควรหาโอกาสไปนมัสการสักครั้งหนึ่งในชีวิต ลักษณะเด่นของพระธาตุอินทร์แขวนคือ มีลักษณะเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมาอย่างเหลือเชื่อ และใครได้มากราบสักการะองค์พระอินทร์แขวนจะได้บุญกุศลแรงกล้า ไม่ว่าจะขอเรื่องใดก็ตาม หากมีความปรารถนาแรงกล้าก็จะสมหวังได้อย่างรวดเร็วทันใจแน่นอน 

สามารถเดินทางไปสักการะได้ตลอดทั้งปี แต่ในช่วงกลางคืนองค์พระธาตุจะสะท้อนกับแสงเป็นสีเหลืองทองอร่ามสวยงาม 

เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้ปิดทองได้ถึงเวลา 22.00 น. 

 

 

 


3
เจดีย์ชเวมอร์ดอหรือพระธาตุมุเตา
(Shwemawdaw Pagoda)

มหาเจดีย์สำคัญของประเทศพม่า ถือเป็นเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองของหงสาวดี มีความเก่าแก่ยาวนานกว่า 1,000 ปี และเชื่อกันว่ายอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุบริเวณพระเกศาธาตุ พระธาตุนี้เมื่อพ.ศ. 2473 ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวจนยอดหักลงมาหลังจากนั้นได้ทำการบูรณะซ่อมแซมใหม่ และได้นำส่วนที่หักมาวางไว้ติดกับองค์เจดีย์ทางด้านทิศเหนือ ซึ่งนี้เองที่ถือเป็น จุดอธิษฐานศักดิ์สิทธิ์ โดยวิธีการอธิษฐานให้เอามือและหน้าผากแตะไปที่พระธาตุองค์เดิมที่หัก และอธิษฐานจะทำให้ชีวิตของคนนั้นไม่ว่าจะถึงช่วงชีวิตที่ตกต่ำอย่างไรก็ยังไม่ตกต่ำถึงที่สุด เปรียบเหมือนยอดพระธาตุที่ต่อให้หักพังอย่างไรก็ตกไม่ถึงพื้นและทำให้ชีวิตของคนนั้นมีความมั่นคงถาวร

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเยือนพระธาตุมุเตา ได้ตลอดทั้งปี

เวลาเปิด-ปิด : ตั้งแต่ 05.00 – 21.00 น.

 

 

 

 

4
เจดีย์ชเวสิกอง
(Shwezigon Pagoda)

ตั้งอยู่ที่เมืองพุกาม เป็นมหาเจดีย์ใหญ่ที่สวยงามและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศพม่า มีความสูง 160 เมตร อยู่บนฐาน 3 ชั้น มีบันไดขึ้นทั้ง 4 ทิศ เป็นที่บรรจุพระธาตุสำคัญ 3 ส่วน คือ


1.พระเขี้ยวแก้วที่กษัตริย์ศรีลังกาได้นำมาถวาย
2.พระธาตุกระดูกไหล่ ที่ได้นำมาจากเมืองศรีเกษตร
3.พระธาตุพระนลาฏกระดูกหน้าผาก


ภายในเจดีย์มีหอผีนัต ซึ่งเป็นวิหารยาวที่ตั้งรูปผีหลวงที่ชาวพม่าให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก และที่น่าสนใจในการมาสักการะบูชาก็คือ ภาพประวัติพุทธชาดกของพระพุทธเจ้า
ลักษณะของเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำแบบมอญ ประดับด้วยช่ออุบะแซมลวดลายประดับอย่างสวยงามทั้งขอบล่างและขอบบน องค์เจดีย์หุ้มด้วยแผ่นทอง รอบระเบียงมีภาพแผ่นเคลือบปูนเล่าเรื่องราวในนิทานชาดกเพื่อเป็นคติธรรมสอนใจ จุดที่น่าสนใจที่เป็นไฮไลท์ คือ บริเวณลานหน้าบันไดทางขึ้นสู่เจดีย์ทิศตะวันออก มีบ่อเล็กๆใส่น้ำไว้เพื่อมองลงไปจะเห็นยอดเจดีย์ที่สะท้อนลงมายังผิวน้ำจุดนี้จึงกลายเป็นจุดขอพรที่ชาวพม่ามักจะมานั่งคุกเข่าขอพรเป็นประจำ 
นอกจากนี้ยังมีมีต้นพิกุลที่ออกดอกตลอดทั้งปี (ปกติจะออกปีละครั้งเท่านั้น)



เวลาเปิด-ปิด : เจดีย์ชเวสิกองและโบราณสถานต่างๆในเขตเมืองพุกามเปิดทำการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

 

 

5
พระมหามัยมุนี
(Mahamuni Buddha Image)

เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของประเทศพม่า จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 5 นี้ มีเพียงพระมหามัยมุนีที่เป็นพระพุทธรูปที่ทรงเครื่องกษัตริย์ปางมารวิชัยแบบมรัคอู สร้างจากทองสัมฤทธิ์ ความสูงจากฐานและองค์พระ 3.82 เมตร ไหล่กว้าง 1.84 เมตร หน้าตักกว้าง 2.5 เมตร อยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ จุดไฮไลท์ที่สำคัญของวัดนี้ที่ไปชมคือ พิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี โดยเจ้าอาวาสในการทำพิธีช่วงเช้าเวลา 04.00 น.ของทุกวันเมื่อเจ้าอาวาสมาถึงก็จะนำผ้ามาคลุมกันเปื้อนให้กับองค์พระ เนื่องจากน้ำอาจทำให้ส่วนอื่นเสียหาย จากนั้น นำอาหาร ข้าวหอม ดอกไม้ น้ำอบ ทานาคา และอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ขึ้นสักการะ ระหว่างนี้มีการสวดมนต์ขอพรกันตลอดเวลา เสร็จแล้วก็เริ่มล้างพระพักตร์ด้วยขันทอง 3 ครั้ง ขันเงิน 3 ครั้ง ขันธรรมดา 3 ครั้ง ในน้ำล้างพระพักตร์มีส่วนผสมของน้ำไม้จันทร์และทานาคา เสร็จแล้วเอาพัดทองมาพัดให้แห้งแล้วเอารักมาทาองค์พระเพื่อปิดทองเป็นอันเสร็จพิธี ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

พระเนื้อนิ่ม เป็นอีกชื่อหนึ่งที่ชาวพม่าเรียกพระมหามัยมุนี ที่เรียกพระเนื้อนิ่มเพราะว่ามีผู้ศรัทธาเป็นจำนวนมากมาสักการะบูชาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ได้นำแผ่นทองมาปิดที่องค์พระยกเว้นบริเวณส่วนพระพักตร์ ทำให้ทองคำเปลวซ้อนทับกันหนาขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งทั่วพระวรกาย เราจึงเห็นองค์พระเป็นนูนๆถึงแม้จะลอกทองคำเปลวของเก่าออกไปบ้างแล้วหลายครั้ง แต่ทองคำเปลวก็ยังหนาขึ้นเรื่อยๆ เมื่อลองเอานิ้วกดดูก็จะรับรู้ได้ว่าองค์พระมีความนิ่มจากทองคำเปลว จึงเรียกพระมหามัยมุนีว่า พระพุทธรูปเนื้อนิ่ม หรือ พระเนื้อนิ่มนั่นเองค่ะ

เวลาเปิด-ปิด : วัดพระมหามัยมุนีเปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 04.00 – 20.00 น.

 

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการท่องเที่ยวพม่า

            เนื่องจากประเทศพม่ามีสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อนตลอดทั้งปี นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงนิยมเดินทางไปในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ เป็นช่วงอากาศหนาว ซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซั่นสำหรับเที่ยวประเทศพม่า ส่วนในฤดูอื่นๆนั้นก็ยังคงสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ตามปกติ โดยในฤดูร้อนช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน อาจจะต้องเตรียมร่ม หมวก ครีมกันแดด และเลือกสวมใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสม  ส่วนในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคมนั้นอาจต้องเตรียมรับมือกับสภาพฝนตกชุก อาจจะต้องเตรียมร่มหรือเสื้อกันฝนและดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ


             สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศพม่าแทบจะทุกที่บังคับให้ทุกคนที่เข้าไปเยี่ยมชมหรือสักการบูชา ต้องถอดรองเท้าออกก่อนทุกครั้ง นักท่องเที่ยวจึงควรสวมใส่รองเท้าที่สามารถถอดเข้าออกได้ง่าย และควรพกถุงใส่รองเท้าติดตัวไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้รองเท้าสูญหาย สถานที่บางแห่งอาจมีจุดรับฝากรองเท้า หรือมีถุงใส่รองเท้าให้บริการ แต่ก็มีการคิดค่าบริการเพิ่มเติม

             การจ่ายเงินเป็นสถุลเงินจ๊าดและสกุลดอลล่าร์  สกุลดอลล่าร์ในประเทศพม่ายังคงต้องใช้ธนบัตรใหม่ที่ไม่มีรอยยับ และสำหรับการแลกเงินในประเทศไทยไม่นิยมรับแลกเงินพม่าเป็นเงินไทย หาดมีเงินจ๊าดเหลืออยู่ ควรแลกกลับเป็นสกุลดอลล่าร์หรือสกุลบาทที่สนามบินในพม่าก่อนเดินทางกลับจะดีกว่าค่ะ